Black Amber ร้านตัดผมผู้ชายย่านทองหล่อ

Black Amber เป็นอีกร้านที่เชี่ยวชาญในการตัดผมแนว vintage rockabilly ผมเลยไม่พลาดที่จะไปลองตัดดูและเขียนรีวิวสั้นๆมาให้อ่านกันครับ

ร้านตัดผมแนว street vintage rockabilly pompadour แล้วแต่ว่าใครจะเรียกว่าอะไรก็ตาม เริ่มมีให้เห็นกันมากขึ้นตามกระแสรสนิยม vintage ที่กำลังมาแรงมากๆในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ผมเองก็เป็นคนชอบลองอยู่แล้ว ถ้าเจอร้านใหม่ๆก็จะไปลองตัดดู

Black Amber เป็นอีกหนึ่งร้านนอกจาก Three Brothers Barber Shop ที่ผมเคยรีวิวไปเมื่อปีก่อนที่ดูจะเชี่ยวชาญในการตัดทรงนี้เป็นพิเศษ ผมรู้จัก Black Amber จากเพื่อนที่เปิดสตูดิโอเครื่องหนังอยู่ตึกเดียวกับร้านนี้ ตอนนั้นเพื่อนชวนมางาน Grand Opening แต่ผมไม่ว่าง วันนี้ได้โอกาสดี ผมเริ่มยาวแล้วด้วย เลยขอมาลองสักหน่อย

จัดแจงโทรนัดก่อน 1 วัน ได้เลยครับ ไม่ต้องรอคิวยาวเหยียดเหมือน Three Brothers จริงๆผมว่าก็คงแล้วแต่วันด้วย ผมอาจจะโชคดีเจอวันว่างพอดี Black Amber ดูจะเดินทางมาลำบากกว่าหน่อยเพราะถ้ามารถไฟฟ้า ต้องต่อรถเข้าไปอีก แต่ถ้าขับรถมาก็จอดหน้าร้านได้เลย (ซอยตรงธนาคารเกียรตินาคิน ระหว่างทองหล่อซอย 5 และซอย 7)

First Impression

[btx_gallery images=”444,443,442″ style=”masonry” no_of_columns=”2″ spacing=”10″]K. Nook, shop manager, gave a very warm welcome to me[/btx_gallery]

เดินเข้าไปในร้าน เหมือนเดินเข้าไปอีกโลกนึงเลยก็ว่าได้ ถ้าเคยไป Iron Fairies หรือ Maggie Choo’s คงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเป็น Social Club เหมือนที่เห็นกันในหนังอย่าง The Great Gatsby มากกว่าเป็นร้านตัดผม ด้านหน้าเป็น Bar ด้านในก็มีโซฟา นั่งดื่มกันได้แบบสบายๆ ผมชอบการตกแต่งที่ผสมแนว industrial เข้าไปอยู่แล้วด้วย ก็เลยประทับใจเป็นพิเศษ

คุณนุก ผู้จัดการร้านก็ให้การต้อนรับแบบเป็นกันเอง ผมเป็นลูกค้าคนแรกของวันนั้นเลยถือโอกาสช่วงที่ร้านไม่มีคนถ่ายรูปมาให้ได้ชมกัน ในโซน Bar ก็จะมีเครื่องดื่มบริการ ชา กาแฟ น้ำอัดลมหรือจะเป็น Bourbon ก็เป็นอีกตัวเลือกสำหรับนักดื่ม

The Cut

ทรงผมที่ผมเลือกไปคือทรงของ Brian Trunzo (@ntbro) ที่ผมเห็นจากงาน Pitti Uomo 86 ครั้งที่ผ่านมา แต่ผมขอข้างๆไม่ขาว ซึ่งปกติช่างก็จะไถเบอร์ 4 ให้ สำหรับใครอยากหาทรงผมเป็น Reference ให้ช่างดู ผมว่า search คำว่า Pitti Uomo แล้วลองไล่ดูภาพถ่ายจากงานนี้ เพราะนอกจาก celeb เหล่านี้เขาจะจัดเต็มเรื่องการแต่งตัวแล้ว ทรงผมเขาก็ไม่แพ้เสื้อผ้าเหมือนกัน แต่ละปีๆเราก็จะเห็นสไตล์ที่แตกต่างกันไป

[btx_gallery images=”439,441″ style=”masonry” no_of_columns=”3″ spacing=”10″][/btx_gallery]

ผมตัดกับ Tommy ใช้เวลาตัดประมาณ 40 นาที ตัดออกมาจะว่าเหมือนกับที่เคยตัดที่ Three Brothers ก็ว่าได้ เซตออกมาคล้ายๆกัน สงสัยคราวหน้าต้องยอมตัด undercut ข้างขาวบ้างละ จะได้ดูต่างจากเดิมหน่อย ที่นี่เราเลือก pomade ได้ครับว่าอยากใช้ตัวไหนเซต ผมก็เลือก Layrite เหมือนที่เคยใช้ ด้วยความที่คุ้นเคยกับกลิ่นมันแล้ว เพราะบางตัวนี่กลิ่นแปลกๆ เล่นเอามึนได้เลย

สำหรับคนที่ยังไม่เคยตัด แต่อยากลอง ผมบอกไว้เลยนะครับว่าทรงนี้มันต้องเซตทุกวัน เพราะถ้าไม่เซตมันจะดูเด๋อๆ แต่ถ้าเซตแล้วก็จะดูเป็นคุณชายขึ้นมาทันที ถ้าไม่มีพวก pomade ก็แนะนำให้ดมกลิ่นก่อนซื้อ ซื้อแค่กระปุกเล็กไปลองดูก่อนครับ นี่เป็นภาพก่อนและหลังตัด

[btx_gallery images=”437,438,445,446″ style=”masonry” no_of_columns=”2″ spacing=”10″]Before vs. After[/btx_gallery]

Final Comment

ในส่วนของการตัดผม ผมว่าก็มาตรฐานสำหรับทรงแนวๆนี้ ถ้าใครไม่อยากต่อคิวร้าน Three Brothers ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลยครับ กับราคาที่สูงกว่านิดหน่อย แลกกับร้านที่ดูใหญ่โตกว่า บรรยากาศดีกว่า และอีกหนึ่งบริการที่ดูน่าสนใจคือ Hot Towel Shaving ใครมีโอกาสลองแล้ว เป็นยังไงบ้าง มาเล่าให้ฟังกันหน่อยครับ

words by
Published on